Tweak ubuntu

Posted by snappy on มกราคม 16th, 2008


ใครๆก็คงรู้จักโปรแกรมที่ตกแต่ง/ปรับค่าต่างๆบน windows ให้มันสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น หรือได้ตามความต้องการของเรา นั่นก็คือ Tweak XP นั่นเอง แต่ใครจะไปรู้บน ubuntu ก็มีกับเขาเหมือนกันน่ะจ๊ะ (ไม่น้อยหน้า windows เลยน่ะเนี้ย) ก็คือ Tweak ubuntu มันทำงานได้เฉพาะ Desktop GNOME เท่านั้นเจ้าอื่นๆหมดสิทธิ์

Ubuntu Tweak Features

  • GNOME Session Control
  • Show/Hide and Change Splash screen
  • Show/Hide desktop icons or Mounted Volumes.
  • Show/Hide/Rename Computer, Home, Trash icon or Network icon
  • Use Home Directory as Desktop
  • Compiz Fusion settings, Screen Edge Settings, Window Effects Settings.
  • GNOME Panel Settings.
  • Nautilus Settings.
  • Advanced Power Management Settings.
  • System Security Settings

วิธีติดตั้ง
1.โหลดตัวโปรแกรมมาก่อนเลยเป็น .deb

  • $ wget http://ubuntu-tweak.googlecode.com/files/ubuntu-tweak_0.2.0-1_i386.deb

2.ทำการติดตั้งซ่ะ

  • $ sudo dpkg -i ubuntu-tweak_0.2.0-1_i386.deb

3.เรียกใช้งานตัวโปรแกรมจะอยู่ที่ Applications > System Tools > Ubuntu Tweak

ก็ลองปรับเล่นดูน่ะครับอาจจะถูกใจใครหลายๆคนรวมถึงตัวผมด้วย อุอุ

ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียน Anfield

Post Footer automatically generated by Add Post Footer Plugin for wordpress.

mount/unmount .iso บน ubuntu ด้วยคลิกเดียว

Posted by snappy on มกราคม 16th, 2008


ถ้าเราได้ไฟล์ .iso มาแล้วเราไม่อยากจะเขียนลงแผ่นแต่อยากรู้ว่าข้างในมีอะไรเราจะทำอย่างไรล่ะ บน windows ก็มี DAEMON Tools แล้วบน ubuntu ละจะทำไง จริงมันก็หลายคลิกอ่ะน่ะ เริ่มเลยดีกว่า

วิธีทำ
1.install gmountiso

  • $ sudo apt-get install gmountiso

2.ตัวโปรแกรมจะอยู่ที่ Applications > System Tools > Gmount-iso

3.เปิดขึ้นมาเราจะพบกับ GUI ของตัวโปรแกรมใช้ง่ายมากๆ

  • Image File (.iso) > ไฟล์ .iso ที่เราต้องการจะ mount
  • Mount Point > ปลายทางที่จะ mount ออกมาว่าจะไปอยู่ตรงไหน

Trip วันนี้ไม่มีอะไรยากเห็นไหมว่า ubuntu ก็สามารถทำได้เหมือนกับบน Windows เหมือนกัน :)

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียน Anfield

Post Footer automatically generated by Add Post Footer Plugin for wordpress.

โชว์ทุกโปรแกรมพร้อมกันด้วยปุ่มเดียวแบบ Vista

Posted by snappy on มกราคม 15th, 2008


Trip นี้ต้องบอกว่าเจอโดยบังอร(เอิญ)จริงๆ พอทำสำเร็จเลยรีบมาเขียนใส่ blog ไว้ เดียวลืมมาจะยุ่ง ถ้าใครเคยเล่น Vista (ผมไม่เคยเล่นอ่ะแต่เคยเห็น) มันจะมีอยู่ฟังก์ชั่งอยู่อันหนึ่งพอเรากด Atl+Ctrl มันจะ Preview โปรแกรมที่ทำงานบน Desktop ในขณะนั้นขึ้นมาเป็น page ให้เราเลือก

ส่วนบน linux ก็อย่าน้อยใจไปเพนกวินน้อย (Tux) เราก็ทำแบบเขาได้ 555+โดยใช้ Skippy เพราะเมื่อเรากดปุ่ม F11 (เปลี่ยนได้ตามใจชอบ) โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างของทุกโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ให้เห็นในจอภาพเดียว โปรแกรม Skippy นี้ใช้ได้กับ OpenBox-3.2,PekWM,Waimea,KWin,Fluxbox, XFWM4 icewm ,WindowMaker และ GNOME (DM-Desktop Manger พวกนี้เขาได้ทดลองกันมาแล้ว)

วิธีทำ
1.โหลดตัวไฟล์มาก่อน

  • http://thegraveyard.org/files/skippy-0.5.0.tar.bz2

2.แตกไฟล์มันออกมา

  • $ tar -xjf skippy-0.5.0.tar.bz2

3.Install imlib2-dev, libxft-dev and libxmu-dev เพื่อเอาไว้ compile Skippy

  • $ sudo apt-get install libimlib2-dev libxmu-dev libxft-dev

4.เข้าไปยัง Directory Skippy

  • $ cd skippy-0.5.0

5.แก้ไขไฟล์ Makefile

  • $ nano Makefile

6.มันจะเข้าไปสู่การแก้ไขไฟล์ Makefile ให้เราใส่ # ไปหน้าบรรทัดที่ 10 และ 11 หรือดูตามนี้


#CFLAGS += -DXINERAMA
#LDFLAGS += -lXext -lXinerama

จากนั้นเซพและออกมา
7.compile the software

  • $ make

8.Install the executable

  • $ sudo make install

9.copy ไฟล์ config ไปยัง home directory ของคุณ

  • $ cp skippyrc-default ~/.skippyrc

10.ที่นี้เราจะมาแก้ไขตัวปุ่ม hotkey ในการกดกันโดยปกติมันที่มันให้มาคือปุ่ม F11 แต่ผมไม่พอใจเลยอยากจะไปโดยไปใช้ Scroll Lock แทน(จะใช้ปุ่มอื่นก็ได้ลองเล่นกันดู)

  • $ nano ~/.skippyrc

11.โดยการเปลี่ยนบรรทัดที่ 24 (ตัวสีแดงซึ่งปกติมันจะเป็น F11) จากนั้นเซพและออก


keysym=Scroll_Lock

12.run โปรแกรม Skippy

  • $ skippy

skippy
กด Scroll Lock เพื่อแสดงผล

สำหรับใครที่อยากจะให้ run โปรแกรมโดยที่ไม่ต้องพิมพ์ skippy บน terminal เองเวลาจะเรียกใช้งาน สามารถทำได้โดยการให้มัน Run เป็น Startup programe ซะเลย
เข้าไปที่ System > Preferences > Sessions จากนั้นกด Add ใส่ค่าตามรูปภาพ แล้ว Restart X เท่านี้เราก็ใช้งานได้ทันทีเมื่อเรากด scroll lock

แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียน Anfield

Post Footer automatically generated by Add Post Footer Plugin for wordpress.

BLUI: Blowable user interface

Posted by snappy on มกราคม 13th, 2008


มาดู Interface แบบใหม่กันดีกว่า แจ๋วมากๆ

YouTube Preview Image

Post Footer automatically generated by Add Post Footer Plugin for wordpress.

ทำให้ชื่อเพลงไทย mp3 อ่านออกบน linux

Posted by snappy on มกราคม 11th, 2008


ใครที่ใช้งาน linux คงเจอปัญหาเดียวกันหมด นั้นก็คือเวลาฟังmp3 เพลงไทย ตัวโปรแกรมมันอ่านไทยไม่ออก (โง่มากอยู่เมืองไทยอ่านไทยไม่ได้) ตามรูปบน ซึ่งแรกๆผมก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก หลังๆเริ่มรำคาญ ซึ่งปัญหาตรงนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรยังไงทำไมถึงอ่านไทยไม่ได้ มันเกี่ยวกับ ID3 tag อะไรเนี้ยเละ เดียวว่างๆค่อยไปหาข้อมูล แต่ก็พอเข้าใจว่า เพลง mp3 ในปัจจบันจะใช้รหัสภาษา Unicode ทำให้ตัวโปรแกรมเล่นไฟล์ media เช่น amarok , totem ไม่สามารถอ่านได้ เลยไปถามจารย์ใหญ่(Google) ได้ความตามนี้

วิธีทำ (Thank : คุณสมเจตน์ แห่ง ubuntuclub)
1.โหลดไฟล์ mp3unicode-1.0.1.tar.bz2 จากนั้นทำการแตกไฟล์ออกมาจะได้ Folder ชื่อว่า mp3unicode-1.0.1

2.เข้าไปใน Folder mp3unicode-1.0.1 แล้วหาไฟล์ที่ชื่อว่า mp3unicode.cpp
แล้วใช้โปรแกรมพวก text editor ไปแก้ไข โดยการแทรกข้อความ(สีแดง)เพิ่มเข้าไปจากนั้น เซพ แล้วออกมา

  • $ cd ~/Desktop/mp3unicode-1.0.1
  • $ gedit mp3unicode.cpp

….
….
int main(int argc, char **argv) { cmdParser parser(”mp3unicode”, “1.0.1″); QStringList bit8encodings;
bit8encodings.append(”cp1251″);
bit8encodings.append(”koi8-r”);
bit8encodings.append(”cp874″);
….
….

3.จากนั้นเข้าไปแก้ไขไฟล์ Makefile (กรณีนี้ใช้กับลินุกส์เบสออน Ubuntu)

  • $ gedit Makefile

4.แก้ไขคำว่า -I${QTDIR}/include -L${QTDIR}/lib ไปเป็น
-I /usr/include/qt3 -L /usr/lib/qt3 จากนั้นเซพแล้วออกมา

5.ติดตั้ง packet ต่างๆที่จำเป็นในการคอมไพล์งานครั้งนี้ (base on ubuntu)

  • $ sudo apt-get install build-essential libtag1-dev libqt3-mt-dev

6.ทำการคอมไพล์ด้วยคำสั่ง make

  • $ make : ขั้นตอนนี้เรายังอยู่ใน folder mp3unicode-1.0.1

7.หลังจากคอมไพล์โดยปราศจาก Error จะได้แฟ้ม mp3unicode ให้ทำการคัดลอกแฟ้มดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมกับการเรียกใช้งาน

  • $ sudo cp -f mp3unicode /usr/local/bin

ตอนนี้เราก็จะได้ตัวโปรแกรมแปลง ID3 Tag แล้วแต่เป็นแบบไฟล์ต่อไฟล์ ก็คือสามารถแปลงได้แค่ไฟล์เดียวเท่านั้นเอง โดยใช้คำสั่ง
mp3unicode –source-encoding cp874 –id3v1-encoding none –id3v2-encoding unicode [file.mp3]
ซึ่งถ้าเกิดเรามี mp3 เยอะๆล่ะ ไม่ต้องมานั่งแปลงจนเบื่อไปเลยหรอไงเนี้ย - - อย่ากระนั้นเลยไปทำให้มันสามารถแปลงได้ทั้ง folder ที่มีเพลงของเราเลยดีกว่า… อ้าวสู้ต่อไปทาเคชิ!!!

วิธีทำ (Thank : คุณสมเจตน์ แห่ง ubuntuclub)
1.ทำการสร้างสคริป

  • $ sudo touch /usr/local/bin/tag2utf
  • $ sudo chmod 755 /usr/local/bin/tag2utf
  • $ sudo nano /usr/local/bin/tag2utf

2.เขียนคำสั่งเชลล์สคริปดังตัวอย่าง

#!/bin/bash
# FROM Master phong_th (ARTICLE AT:)
# AND Master Widdaya (ADVANCED MODIFIED:)

SKEL=”*mp3 *MP3 *Mp3″

processfile() {
local i
for i in $SKEL; do
if [ -f "$i" ]; then
chmod +w “$i”
echo “Encoding: $i”
mp3unicode –source-encoding cp874 –id3v1-encoding none –id3v2-encoding unicode “$i”
fi
done
for i in *; do
if [ -d "$i" ]; then
echo “enter directory $i”
pushd “$i”
processfile
echo “exit directory $i”
popd
fi
done
}
processfile

3.จากนั้นก็จัดการเซพแล้วออกมา แล้วถ้าจะใช้งานก็ให้สั่งผ่าน terminal โดยให้ไปอยู่ ณ. ตำแหน่งของ folder ที่จะทำการแปลง แล้วจากนั้นใช้คำสั่ง tag2utf แค่นี้ตัวโปรแกรมเล่นไฟล์ media ก็จะสามารถอ่านไฟล์เพลงภาษาไทยออกแล้ว เย้ๆ ในที่สุดมันก็เป็นคนไทย หึหึ เดียวไปทำบัตรประชาชนให้ด้วยเลยดีกว่า

แหล่งอ้างอิง : http://linuxtip.blogspot.com/2007/02/id3-tag-part-ii.html

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียน Anfield

Post Footer automatically generated by Add Post Footer Plugin for wordpress.


Copyright © 2007 Snappy. All rights reserved.