วิธีติดตั้ง Ubuntu 8.04 LTS

Posted by snappy on เมษายน 29th, 2008


คาดว่ากระแส ubuntu ตอนนี้มาแรงมากๆ และหลายๆคนก็คงติดตั้งยังไม่ค่อยจะเป็น หรือเป็นกันหมดแล้ววา - -! เด็กสมัยนี้เก่งๆทั้งนั้น มันก็มีหลายเว็ปนะที่สอนวิธีการติดตั้ง แต่ผมขออธิบายเป็นภาษาไทยละกัน “คนไทยเพื่อคนไทย” อิอิ ใครรู้แล้วก็ข้ามไป…

Step 1 - โหลดไฟล์ ISO กันมาก่อนเลย โหลดได้จาก www.ubuntu.com หรือ กระจกไทยก็
http://mirror.nytes.net/linux/ubuntu/
http://mirror.in.th/ubuntu_cdimages/releases/hardy/
http://mirror1.ku.ac.th/
ftp://202.29.6.233/cd-iso/ubuntu/
Credit : sourcode@ubuntuclub.com

Step 2 - เขียนใส่แผ่นเปล่าเลยจ้า…ถ้าเอาให้ชัวร์ก็เขียนที่ความเร็วต่ำสุด

Step 3 - ใส่แผ่น ubuntu 8.04 แล้ว restart จากนั้นเข้า Bios สั่งให้ boot จาก CD ก่อน…
ubuntu

Step 4 - เลือก Install ubuntu แล้ว Enter

Step 5 - รอมันโหลดๆๆๆ จากนั้นเลือกภาษาแล้วกด Forward

Step 6 - เลือกโซนเวลาคุณอยู่ประเทศไหนบนโลกนี้ก็เลือกเอาเลย เราคนไทยหัวใจเกินร้อยก็เลือกประเทศไทย (ขวานทอง…)

Step 7 - ทดสอบปุ่มภาษาสิว่าเป็นยังไง…ภาษาไทยก็ได้นะเด๋อ

Step 8 - จัดการ patiton เพื่อเตรียมลง ubuntu แนะนำถ้ามีเนื้อที่เหลือจากการที่คุณลง WindowsXP มา ก็เลือก Guided ง่ายที่สุดเดียวมันจัดการให้ (ผมก็ไม่เคยเลือกอันนี้อะ…ไม่ชัวร์นะครับ ส่วนตัวชอบแบบ Manual มากกว่า)

ถ้าเลือกแบบ Manual มันจะให้เราทำการจัดการพาร์ดิชั่นเอง ก็ให้เราสร้าง 2 พาร์ดิชั่นไว้ มี
1. สร้างเนื้อที่ขนาดไหนก็ได้ ขั้นต่ำ 5 gb เลือกไฟล์ระบบเ็ป็น Ext3 จากนั้นกำหนด Mount point เป็น /

2. สร้างพาร์ดิชั่นอีก 1 อัน ให้ขนาดเป็น 2 เท่าของ RAM ที่มี (ถ้าใคร Ram 1 Gb ไม่จำเป็นต้องสร้างก็ได้ครับข้ามไปได้ขั้นตอนนี้) ให้เลือกไฟล์ระบบเป็น Swap patition ครับ จากนั้นตรวจดูควมเรียบร้อยแล้วกด Forward…

Step 9 - สร้าง user ของตัวเราเองขึ้นมา password ห้ามลืมเป็นอันขาด ขอบอกๆ

Step 10 - ตรวจสอบความถูกต้องกันหน่อย…

Step 11 - หลังจากนั้นก็ restart แล้วพร้อมใช้งาน ubuntu ได้เลยครับ…


ปล.ขอให้สนุกกับการใช้งาน ubuntu นะครับ มีปัญหาสามารถสอบถามได้ www.ubuntuclub.com ชุมชน ubuntu ของคนไทยเพื่อคนเสรีเช่นคุณ…
Thank : http://news.softpedia.com/news/Installing-Ubuntu-8-04-LTS-84314.shtml

*Help : ทำไมผมเปลี่ยหมวดหมู่ไม่ได้อะ ช่วยแนะนำหน่อยครับ งงมาก ทำยังไงมันก็ยังอยู่ใน Etc ตลอดเลยง่ะ - -!

ตีแผ่ปริศนาภาพวาดโมนาลิซ่า

Posted by snappy on เมษายน 25th, 2008

โมนาลิซ่า

โมนา
โมนา กับ ลิซ่า สองสาวสวยพี่น้องแห่งเมืองอิตาลี แม้เธอทั้งสองจะไม่ใช่ฝาแฝดแต่ทั้งคู่ก็ดูคล้ายกันมาก
ทั้งรูปร่าง หน้าตา และกิริยาท่าทาง ความแตกต่างที่คนภายนอกพอจะมองออกได้ก็คือ
โมนาผู้พี่ เก่งเย็บปักถักร้อย ส่วนลิซ่าผู้น้อง เก่งทำอาหาร ดังนั้นถ้าเห็นสาวสวยสองคนเดินมา
คนหนึ่งถือเสื้อผ้า อีกคนหนึ่งถืออาหาร ก็จะบอกได้ทันทีว่าใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง…
โมนาผู้พี่นั้นแต่งงานแล้วกับวิศวกรหนุ่มมาดเท่ ซึ่งหนุ่มวิศวกรคนนี้ เคยเป็นแฟนกับลิซ่าผู้น้องมาก่อน
แต่ลงท้าย ทำไมเขากลับมาเลือกแต่งงานกับพี่สาวได้ ไม่มีใครทราบ
มันคือความน้อยเนื้อต่ำใจของลิซ่าที่รอเวลาจนกลายเป็นความแค้น

วันหนึ่งมีการป่าวประกาศหาสาวสวยเข้าประชันความงามเพื่อเป็น นางแบบภาพเขียนให้ศิลปินชื่อก้องโลก “ลีโอนาโด ดาวินชี่”
แน่นอน สาวสวยทั่วทั้งอิตาลีเข้าร่วมงานประกวดนี้ รวมทั้งโมนา กับลิซ่าด้วย
ถ้าจะว่ากันตามความสาวและสวยแล้ว ลิซ่าสวยกว่าโมนา เพราะอายุน้อยและยังโสด แต่เมื่อผลประกาศออกมา
โมนากลับได้ตำแหน่งที่หนึ่งไปครอง ปล่อยให้ลิซ่าชื่นชมเพียงอันดับสองเท่านั้น
เรื่องแย่งแฟนนั่นพอทนแต่เรื่องแย่งเป็นนางแบบให้ท่านดาวินชี่ ใครจะไปยอม ลิซ่าเริ่มแผนการกำจัดพี่สาว
ระหว่างนั้นโมนาก็ได้เริ่มเป็นแบบให้ท่านดาวินชี่วาดรูปแล้ว
ลิซ่าปรุงยาพิษด้วยภูมิปัญญาตัวเอง จากวัตถุดิบที่เหลือในครัว เช่น เห็ดเน่าๆ เนยบูดๆ แป้งหมดอายุ
แล้วอาศัยความชำนาญเรื่องอาการ ปรุงรส แต่งกลิ่นจนกลายเป็นขนมอบที่น่ารับประทานที่สุด
ทำทีว่าเป็นของขวัญฉลองความสำเร็จของพี่สาว รุ่งเช้า ตำรวจพบศพโมนานอนตายจมกองอ้วก อยู่บนโต๊ะอาหารที่บ้าน
ส่วนสามีวิศวกรหนุ่มก็ไปนอนตายจมกองอ้วกอยู่กับลูกน้องที่ไซต์งานสร้างตึก ทำให้ตึกที่สร้างไปได้เพียงแปดชั้น
ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ จนมันค่อยๆ….เอียง
สันนิษฐานเบื้องต้น จากสภาพศพและอ้วกว่า “อาหารเป็นพิษ”

ลิซ่าถูกเรียกตัวมาเป็นแบบให้ท่านดาวินชี่วาดรูปต่อจากโมนา ซึ่งท่านวาดจวนจะเสร็จ เหลือเพียงแค่ส่วนปากเท่านั้น
แค่นี้ก็คุ้มแล้วลิซ่ายิ้มอย่างสะใจ ขณะท่านดาวินชี่สะบัดปลายพู่กันไม่นาน ลิซ่าก็ถูกจับข้อหาฆาตกรรมและทำตึกเอียง
อ้วกของโมนาถูกนำกลับมาให้ลิซ่าอบเป็นขนมขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อใช้ในการทำแผน ประกอบการฆาตกรรม
กลิ่นอบขนมหอมดึงชาวบ้านแถวนั้นมามุงดูและจำสูตรทำกันใหม่ ด้วยวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพกว่า แล้วเรียกชื่อสั้นๆว่า “ขนมพิษลิซ่า”
หรือ “ขนมพิษซ่า” และเพี้ยนมาเป็น “ขนมพิซซ่า” จวบจนปัจจุบัน
ส่วนตึกเอียง น่าจะเกิดจากวิศวกรหนุ่มสามีโมนามีน้ำใจเอาขนมพิษ ของลิซ่ามาแบ่งให้คนงานกินด้วยจนทำให้ สร้างตึกไปมึนพิษไป
ตึกที่เอียงนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า “หอเอนพิษลิซ่า” หรือ “หอเอนพิษซ่า” จนเพี้ยนมาเป็น”หอเอนปิซ่า”อย่างในปัจจุบัน …ตั้งแต่นั้นมา

ปริศนาภาพโมนาลิซ่าจึงจบลงด้วยประการฉะนี้แล….เอวัง

เลโอนาร์โด ดา วินชี [ Leonardo Da Vinci ] ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ

[ Renaissance ] ทั้งในด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ เขาสร้างผลงานแปลกใหม่ขึ้นในฟลอเรนซ์ มิลาน

และฝรั่งเศส ซึ่งมีอิทธิพลต่อศิลปินร่วมสมัยและแสดงให้เห็นความรู้ล้ำยุค

ปล.คุณเชื่อหรือไม่…
ปล2.ได้มาจาก FW Mail…
ปล3.ubuntu 8.04 ออกแล้วนะครับ สามารถไปโหลดได้ที่ http://www.ubuntu.com/

ท่องเน็ตได้โดยไร้ฮาร์ดิส…

Posted by snappy on เมษายน 20th, 2008


เนื่องจากฮาร์ดิสซึ่งกำลังส่งไปเครมอยู่นั้นมันยังไม่ได้กลับมา ซึ่งโดยปกติแล้ววันๆผมนั้นจะต้องเข้าเน็ตมาอ่านข่าวสารต่างๆ เช็ดเมล์ เช็ด hi5 (อิอิ เช็ดเรดติ้งของตัวเอง) ซึ่งหลังจากที่ฮาร์ดิสไม่อยู่ ก็ไม่ได้เข้ามาเลย…มีอาการงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง ประมาณว่าเป็นโรค อินเตอร์เน็ตริสซึ่ม แล้วก็เบื่อๆ ซึ่งถ้าจะบอกว่าถ้าจะเล่นอินเตอร์เน็ตทำไมไปร้านเน็ตเลยละ อืม…กระผมไม่มีเงินอะจิเหอะๆทำไงได้ และอยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาๆได้ว่า ” ฉันมี ubuntu live CD อยู่นี่ว่า “ ทำงานบน RAM ไม่ได้ทำงานบน HDD เสร็จผมดิครับรีบไปจัดการคว้ามาเล่นโดยทันใด และนี่ก็คืออีก 1 ประโยชน์ของ linux แบบ live CD ทำให้ผมไม่ต้องไปจับมีดไปปาดคอใครต่อใคร (อยากกับติดยาอะ… - -! ) ซึ่งถ้าตอนนี้ผมรู้จักแต่ Windows ก็คงได้แต่นั่งดูทีวีหงอยอยู่ตอนนี้… เพียงเท่านี้ก็ได้ทำตามแบบฉบับเดิมเหมือนทุกๆวันแล้ว เย้ๆโย่วๆ

ปล. เดียวรอ HDD ลูกใหม่ก็คงได้เลิศลง นกกระสา(ubuntu 8.04) พอดีเลยมั้งเนี้ย…

คงจะไม่ได้เข้ามาเขียนอีกสักระยะ…

Posted by snappy on เมษายน 16th, 2008


เนื่องจาก 4 วันที่แล้ว HDD ตัวหลักสุดที่รัก ได้เกิดปัญหา - -! จึงต้องนำส่งไปเครม ปีสุดท้ายพอดีเลยอะ 40Gb ข้อมูลทั้งหมดจบสิ้น T-T หายไปกับสายลมและแสงแดดผมไม่สามารถกู้คืนมันมา ใช้ทุกวิธีทางแล้วก็ตาม เลยต้องตัดใจและส่งไปเครมในที่สุด… มีอีกตัวคือ 6gb ใช้มาเกือบ 10 ปีไม่เคยงอแง (ตั้งแต่ DOS อะ) เอามา run OS คงจะไม่ได้เพราะเอาเก็บข้อมูลสำคัญๆ ช่วงนี้คงจะไม่ได้เข้ามา blog อีกหลายวันรอได้ HDD ลูกใหม่ก่อน หึหึ (ได้ยินเขาพูดว่า 40Gb ของหมดอาจจะได้ 80Gb มาแทน อิิอิ) ฝากเพลงนี้ให้ฟังละกัน…ชอบมากๆ

นมัสการรอยพระพุทธบาทที่เขาคิชฌกูฏ

Posted by snappy on เมษายน 8th, 2008


เขาคิชกูฎ
พอดีว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปไหว้พระทำบุญ ณ เขาคิชกูฎ อำเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผมได้เพราะพี่สาวซื้อตั๋วไว้ให้ ไปกัน 3 คน มีแม่ผมไปด้วย นานๆจะได้ไปทำบุญกับเขาซะที โดยส่วนตัวนั้นไม่ค่อยจะเข้าวัดซะเท่าไร เลยถือโอกาสนี้ไปซะเลย (ไปฟรี อิอิ) การเดินทางก็เดินทางโดยรถบัสติดแอร์ เขาเรียก ปอ.1 ป่าว จำไม่ได้ละ ออกเดินทางตั้งแต่ 3 ทุ่มของวันเสาร์ โดยไปกับทัวร์ของบริษัท สามแยกทัวร์ ที่อยู่ตรงสามแยกเยาวราช ไปถึงที่เขาคิชฌกูฎ ก็ประมาณตี 1 ซึ่งเมื่อผมตอนเด็กๆ 10 ปีที่แล้วเห็นจะได้ ก็เคยมาแล้วแต่ไปไม่ถึงผ้าแดง ซึ่งครั้งนี้เลยหวังว่าคงจะได้ถึงผ้าแดงแน่ๆ การขึ้นเขาก็ขึ้นโดยรถกระบะที่มีบริการไว้ให้คนละ 50 บาท แต่ต้องไปต่อรถอีกรอบด้านบนเขาคิชกูฏอีก 50 บาท ตอนนี้ถือว่าทางดีกว่า้เมื่อก่อนเยอะ เพราะผมจำได้ว่าตอนผมเด็กๆ รถกระบะจะเป็นแบบตอนเดียวนั่งท้ายทั้งหมด ไม่มีทำเป็นแบบรถ 2 แถวแบบตอนนี้ ซึ่งมันเสียวมากๆในตอนเด็กๆ เพราะว่าผมชอบไปนั่งเอาซะขอบกระบะหลัง (555+) พอรถมันถอยหลังมองหันหลังมาอีกทีคือเหวแล้วอะน่ะ - -! แต่ไม่ต้องห่วงพี่คนขับรถชำนาญทุกคน (ขับมันทุกปีอะี) พอไปถึงบนเขาก็เริ่มการปฎิบัติภาระกิจเลยก็คือ ไว้พระ… และทำบุญลุยโลดกัน 3 คนแม่ลูก และก็เดินทางขึ้นไปจนถึงผ้าแดงจนได้ T-T ภูิมิใจ เพราะมีความเชื่อที่ว่า สามารถขออะไรก็ได้ 1 อย่าง จะได้ตามนนั้น ที่สำคัญสุดๆก็คือภูมิใจครับที่สามารถพาแม่ผู้มีอายุ 60 + กับมีอาการปวดหัวเข่าไปถึงผ้าแดงตามที่แม่ต้องการได้ ในระหว่างการเดินทางขึ้นเขาอาการเย็นมากครับ (นี่เละยิ่งสูงยิ่งหนาว…) อาการสบายเลยครับดีกว่ากรุงเทพเยอะ หลังจากถึงผ้าแดงแล้วก็ลงก็เลย และได้ใช้เวลาถ่ายรูปเก็บภาพบันทึกความทรงจำไว้ระหว่างทาง กลับลงมาถึงพื้นโลกโดยสวัสดิภาพก็ 8 โมงเช้าซะแล้ว (ง่วงมากมาย - -) หวังว่าโอกาสหน้า (ถ้ามีนะ…) จะได้กลับมาที่เขาคิชกูฎอีกครั้ง… อามิตาพุทธ


Copyright © 2007 Snappy. All rights reserved.