โมนาลิซ่า

โมนา
โมนา กับ ลิซ่า สองสาวสวยพี่น้องแห่งเมืองอิตาลี แม้เธอทั้งสองจะไม่ใช่ฝาแฝดแต่ทั้งคู่ก็ดูคล้ายกันมาก
ทั้งรูปร่าง หน้าตา และกิริยาท่าทาง ความแตกต่างที่คนภายนอกพอจะมองออกได้ก็คือ
โมนาผู้พี่ เก่งเย็บปักถักร้อย ส่วนลิซ่าผู้น้อง เก่งทำอาหาร ดังนั้นถ้าเห็นสาวสวยสองคนเดินมา
คนหนึ่งถือเสื้อผ้า อีกคนหนึ่งถืออาหาร ก็จะบอกได้ทันทีว่าใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง…
โมนาผู้พี่นั้นแต่งงานแล้วกับวิศวกรหนุ่มมาดเท่ ซึ่งหนุ่มวิศวกรคนนี้ เคยเป็นแฟนกับลิซ่าผู้น้องมาก่อน
แต่ลงท้าย ทำไมเขากลับมาเลือกแต่งงานกับพี่สาวได้ ไม่มีใครทราบ
มันคือความน้อยเนื้อต่ำใจของลิซ่าที่รอเวลาจนกลายเป็นความแค้น

วันหนึ่งมีการป่าวประกาศหาสาวสวยเข้าประชันความงามเพื่อเป็น นางแบบภาพเขียนให้ศิลปินชื่อก้องโลก “ลีโอนาโด ดาวินชี่”
แน่นอน สาวสวยทั่วทั้งอิตาลีเข้าร่วมงานประกวดนี้ รวมทั้งโมนา กับลิซ่าด้วย
ถ้าจะว่ากันตามความสาวและสวยแล้ว ลิซ่าสวยกว่าโมนา เพราะอายุน้อยและยังโสด แต่เมื่อผลประกาศออกมา
โมนากลับได้ตำแหน่งที่หนึ่งไปครอง ปล่อยให้ลิซ่าชื่นชมเพียงอันดับสองเท่านั้น
เรื่องแย่งแฟนนั่นพอทนแต่เรื่องแย่งเป็นนางแบบให้ท่านดาวินชี่ ใครจะไปยอม ลิซ่าเริ่มแผนการกำจัดพี่สาว
ระหว่างนั้นโมนาก็ได้เริ่มเป็นแบบให้ท่านดาวินชี่วาดรูปแล้ว
ลิซ่าปรุงยาพิษด้วยภูมิปัญญาตัวเอง จากวัตถุดิบที่เหลือในครัว เช่น เห็ดเน่าๆ เนยบูดๆ แป้งหมดอายุ
แล้วอาศัยความชำนาญเรื่องอาการ ปรุงรส แต่งกลิ่นจนกลายเป็นขนมอบที่น่ารับประทานที่สุด
ทำทีว่าเป็นของขวัญฉลองความสำเร็จของพี่สาว รุ่งเช้า ตำรวจพบศพโมนานอนตายจมกองอ้วก อยู่บนโต๊ะอาหารที่บ้าน
ส่วนสามีวิศวกรหนุ่มก็ไปนอนตายจมกองอ้วกอยู่กับลูกน้องที่ไซต์งานสร้างตึก ทำให้ตึกที่สร้างไปได้เพียงแปดชั้น
ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ จนมันค่อยๆ….เอียง
สันนิษฐานเบื้องต้น จากสภาพศพและอ้วกว่า “อาหารเป็นพิษ”

ลิซ่าถูกเรียกตัวมาเป็นแบบให้ท่านดาวินชี่วาดรูปต่อจากโมนา ซึ่งท่านวาดจวนจะเสร็จ เหลือเพียงแค่ส่วนปากเท่านั้น
แค่นี้ก็คุ้มแล้วลิซ่ายิ้มอย่างสะใจ ขณะท่านดาวินชี่สะบัดปลายพู่กันไม่นาน ลิซ่าก็ถูกจับข้อหาฆาตกรรมและทำตึกเอียง
อ้วกของโมนาถูกนำกลับมาให้ลิซ่าอบเป็นขนมขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อใช้ในการทำแผน ประกอบการฆาตกรรม
กลิ่นอบขนมหอมดึงชาวบ้านแถวนั้นมามุงดูและจำสูตรทำกันใหม่ ด้วยวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพกว่า แล้วเรียกชื่อสั้นๆว่า “ขนมพิษลิซ่า”
หรือ “ขนมพิษซ่า” และเพี้ยนมาเป็น “ขนมพิซซ่า” จวบจนปัจจุบัน
ส่วนตึกเอียง น่าจะเกิดจากวิศวกรหนุ่มสามีโมนามีน้ำใจเอาขนมพิษ ของลิซ่ามาแบ่งให้คนงานกินด้วยจนทำให้ สร้างตึกไปมึนพิษไป
ตึกที่เอียงนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า “หอเอนพิษลิซ่า” หรือ “หอเอนพิษซ่า” จนเพี้ยนมาเป็น”หอเอนปิซ่า”อย่างในปัจจุบัน …ตั้งแต่นั้นมา

ปริศนาภาพโมนาลิซ่าจึงจบลงด้วยประการฉะนี้แล….เอวัง

เลโอนาร์โด ดา วินชี [ Leonardo Da Vinci ] ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ

[ Renaissance ] ทั้งในด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ เขาสร้างผลงานแปลกใหม่ขึ้นในฟลอเรนซ์ มิลาน

และฝรั่งเศส ซึ่งมีอิทธิพลต่อศิลปินร่วมสมัยและแสดงให้เห็นความรู้ล้ำยุค

ปล.คุณเชื่อหรือไม่…
ปล2.ได้มาจาก FW Mail…
ปล3.ubuntu 8.04 ออกแล้วนะครับ สามารถไปโหลดได้ที่ http://www.ubuntu.com/